สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ วันนี้เราจะมานำเสนอและให้ความรู้เล็กๆ น้อย เกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคที่ว่า “One of the features of this Fourth Industrial Revolution is that it does not change what we are doing, but it changes us” ของ Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารเศรษฐกิจโลก แต่เพื่อนๆ คงจะสงสัยใช่ไหมคะ ว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร
การปฏิวัติอุตสาหกรรม คืออะไร?
การปฏิวัติอุตสาหกรรม คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งส่งผลกระทบในเกือบแง่มุมของชีวิตประจำวันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
การปฏิวัติอุตสาหกรรม มีที่มาที่ไปอย่างไร?
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในอังกฤษ แล้วจึงขยายไปสู่ประเทศอื่นๆ ในยุโรปตะวันตก ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษ คือ การเพิ่มขึ้นของการใช้ถ่านหินและเหล็ก บทบาทของรัฐเอกชน การสร้างทางรถไฟ การสะสมทุน และการเพิ่มขึ้นของประชากร
การปฏิวัติอุตสาหกรรม 3 รอบก่อนหน้านี้ คือ
ครั้งที่ 1 การค้นพบเครื่องจักรไอน้ำ ส่งผลให้หลายประเทศมีการเติบโตของเศรษฐกิจและความมั่งคั่งสูงขึ้น
ครั้งที่ 2 การค้นพบไฟฟ้า ทำให้โลกเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
ครั้งที่ 3 การปฏิวัติระบบดิจิทัล เกิดคอมพิวเตอร์เครื่องแรก เปลี่ยนชีวิตของคนให้สะดวกสบายและเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น
โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 นี้ เป็นการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ เป็นการต่อยอดมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 เทคโนโลยีส่วนมากในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 มีฐานมาจากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้มีแนวคิดต่างๆประสบผลสำเร็จขึ้นในปัจจุบัน เช่น AI
ที่มา : https://innoversity.masci.or.th/?p=21307
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง?
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่กำลังมาถึงนี้ จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอีกครั้ง เพราะเราจะทำงานฉลาดขึ้นโดยทดแทนการทำงานให้หนักขึ้น
ผลกระทบจากการจ้างงาน จะเกิดการเลิกจ้างงานในกลุ่มงานบางอย่างที่สามารถทดแทนได้หมด เช่น หมอ ทนาย นักบัญชี และเกิดการโอนย้ายแรงงานไปสู่งานอื่น รวมถึงจะเกิดการจ้างงานใหม่ๆ ตามมามากมาย
งานที่สามารถทำซ้ำได้ หรือมีแพทเทิร์น จะถูกทดแทนได้ง่าย
ที่มา : https://www.thenational.ae/world/world-economic-forum-2019-davos-chief-klaus-schwab-sends-environmental-warning-in-opening-address-1.816483
จากประโยคของ Klaus Schwab ที่กล่าวว่า “One of the features of this Fourth Industrial Revolution is that it does not change what we are doing, but it changes us” ตัวผู้เขียนเอง รู้สึกเห็นด้วยกับข้อความนี้ เพราะการปฏิวัติอุตสาหกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนการกระทำของเรา แต่เปลี่ยนที่ตัวเราเอง เราต้องรู้ตัวและเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเปลี่ยน และวิ่งไปพร้อมๆกับโลกที่กำลังหมุน และรู้เท่าทันเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
ขอบคุณข้อมูล :
Nattapon Muangtum. (2561). การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2563. จาก
เว็บไซต์https://medium.com/@nuinattapon/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-4-the-fourth-industrial-revolution-f3e630703d1d.
Investment Reader. (2562). ทำความรู้จักกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่4. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2563. จาก
เว็บไซต์ https://www.finnomena.com/investment-reader/4ir/.



ปังมากครับพี่นัท อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยเลยครับ มนุษย์เราควรปรับตัวให้ทันตามเทคโนโลยีเพื่อความอยู่รอด ระฆังดังเพราะคนตี ระฆังดีไม่ตีก็ดัง
ReplyDeleteเห็นด้วยค่ะ เนื่องจากโลกของเรากำลังปรับเปลี่ยนไปทุกๆวัน เราจึงควรจะปรับให้เท่าทันด้วยค่ะ
ReplyDeleteเขียนได้ดีมากค่า ชอบมากๆ ปังสุดๆพสสสสส
ReplyDeleteเขียนได้ดีมากเลยค่ะ ได้ความรู้เยอะมากๆเลย
ReplyDeleteสวัสดีจ้า
ReplyDeleteเขียนได้ดีเข้าใจง่ายค่ะ
ReplyDeleteข้อมูลน่าสนใจมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ
ReplyDeleteอ่านเพลินมากเลย
ReplyDelete