Tuesday, February 2, 2021

Records Management Program : RMP

 Records Management Program : RMP


-

         Records Management Program ?

               สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคน วันนี้ก็กลับมาพบกับ Peachpitt อีกแล้วนะคะ ในวันนี้เราก็มาให้ความรู็อีกเช่นเคย ซึ่งความรู้นี้นั้นเราก็พึ่งทราบมาเองเหมือนกันค่ะ แต่ว่าเป็นอะไรที่ใกล้ตัวเรามากและนับได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยทีเดียว 
                โดยที่เราจะพาเพื่อน ๆ ทุกคนไปทำความรู้จักนั้นคือหน่วยงานจัดการเอกสาร หรือ Records Management Program ( RMP )



 Records Management Program คืออะไร
               
ที่มา https://www.cuberms.com/images/uploads/news/_lg_crop/How_Cube_Records_Management_Service_helps_your_business.jpg



                 Records Management Program  คือหน่วยงานจัดการเอกสาร ที่มีหน้าที่จัดการเอกสารที่ใช้แล้ว หรือเอกสารที่กำลังใช้งาน และเอกสารที่จะต้องใช้ในอนาคต หน่วยงานนี้มีหน้าที่ดูแลเอกสารให้เป็นระเบียบรวมไปถึงไม่ให้ข้อมูลภายในเอกสารสำคัญรั่วไหลออกนอกระบบ ซึ่งหน่วยงาน RMP นี้จะมีชื่อเรียกแตกต่า่งกันไปของแต่ลัหน่วยงานค่ะ 

                    
                    และหน่วยงานที่เราจะมาพาเพื่อน ๆ ทำความรู็จักนี้คือ Archives & Special Collections (A&SC) โดยหน่วยงานนี้ตั้งอยู๋ที่ เมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัย The University of Pittsburgh นั่นเองค่ะ 





RMP ของมหาวิทยาลัย Pittsburgh


ที่มา https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/d/d0/Pittsburgh_city_coat_of_arms.svg/800px-Pittsburgh_city_coat_of_arms.svg.png



                RMP ของมหาวิทยาลัย Pittsburgh มีชื่อเรียกว่า Archives & Special Collections  หรือย่อว่า A&SC มีหน้าที่ในการจัดการดูแลเอกสารในเครือของมหาวิทยาลัย มีการบันทึกและดูแลอย่างเป็นระบบ เพื่อความมั่นใจในประสิทธิภาพของข้อมูล และเพื่อความหนาแน่นในการดูแลของหน่วยงาน ทางมหาลัยจึงมีการเคร่งครัดอย่างมาก เพราะเพื่อคุณภาพของหน่วยงานแล้วยังทำเพื่อข้อมูลอีกด้วย 



ที่มา https://infoconsults.info/wp-content/uploads/2019/12/images-7.jpg



            หน้าที่ของหน่วยงานนี้ ก็เหมือนกับหน่วยงาน RMP ทั่วไป คือ มีหน้าที่จัดการเอกสารเป็นหลัก หน้าที่อื่น ๆ มีดังนี้
💛 พัฒนาและฝึกอบรมพนักงานให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยและกฎหมายของรัฐ

💛 เก็บข้อมูลของมหาวิทยาลัย

💛 ตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของมหาวิทยาลัย

💛 พัฒนาโปรแกรมของมหาวิทยาลัย เพื่อความก้าวหน้าของหน่วยงานและเพิ่มฐานความปลอดภัย 







                เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับข้อมูลดี ๆ ที่เรานำมาเสนอในวันนี้ โดยความคิดเราเราว่าหน่วยงานจัดการเอกสารเป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ เลยละค่ะ หวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบบล็อกนี้ของเรานะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ แล้วเจอกันใหม่่บล็อกหน้า ขอบคุณค่ะ💚





อ้างอิง

        University of Pittsburgh.(มปป).University Records Management. สืบค้นจาก
                        https://www.library.pitt.edu/asc-university-records-management























                

Sunday, January 17, 2021

RECORDS MANAGER

 


RECORDS MANAGER


        สวัสดีค่ะ เพื่อน  ๆ ทุกคน กลับมาพบกับ Peachpitt กันอีกครั้งนะคะ วันนี้เรื่องที่เราจะนำเสนอ เป็นเรื่องของอาชีพที่ค่อนข้างใกล้ตัวและเป็นอาชีพที่สำคัญมากๆอาชีพนึงเลยล่ะค่ะ แต่อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักมากมายกันในทั่วไป แต่วันนี้เราจะพาเพื่อน  ๆ ทุกคนมาทำความรู้จักกับอาชีพนี้กันค่ะ  นั่นก็คืออาชีพ  " Records Manager " หรือ นักจัดการเอกสาร นั่นเองค่ะ 




ที่มา https://www.macpas.com/wp-content/uploads/2019/02/record-retention.jpg





Records Manager คืออะไร ? 

            Records Manager หรือ นักจัดการเอกสาร มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการข้อมูลขององค์กร โดยทางองค์กรจะจัดหานักจัดการเอกสารที่ไว้ใจได้ และมีความรับผิดชอบ ละเอียดอ่อน เพราะการจัดการสารเอกสารนั้นต้องทำอย่างลัเอียดและรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ  

        อาชีพนักจัดการเอกสารนั้น มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างมาก เพราะถือได้ว่าเป็นตำแหน่งที่สามารถควบคุมการดำเนินธุรกิจได้ นักจัดการเอกสารนัั้นมีหน้าที่ปกป้องและบำรุงรักษาเอกสาร องค์กรใด ๆ ที่จัดการข้อมูลจํานวนมาก อาจต้องการทักษะของนักจัดการเอกสารที่สำคัญารเอกสารคือผู้ที่มีระเบียบและการดูแลมากมาย 




ที่มา https://kinetic.online/wp-content/uploads/2016/04/Hire-Finance-Specialists-and-Accountants.jpg




ทักษะที่สำคัญ 

- ความอดทน
- การใส่ใจในรายละเอียด
- สามารถเรียงลำดับความสำคัญได้
- ทักษะในการแก้ปัญหา
- ทักษะการวิเคราะห์
- ทักษะการบริหาร
- ทักษะขององค์กร
- ทักษะการสื่อสารและมีอิทธิพลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกําหนดให้เพื่อนร่วมงานส่งมอบบันทึกหรือใช้ระบบอย่างถูกต้อง
- มีความมั่นใจในการใช้ฐานข้อมูลซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการมาตรฐานและตามความต้องการ


วุฒิการศึกษา

        ต้องมีการศึกษาเทียบเท่าอนุปริญญาขึ้นไป และมีประสบการณ์ด้านการจัดการเอกสารมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี 


เงินเดือน

        เงินเดือนของนักจัดการเอกสารจะเริ่มต้นที่   $ 3,914 - $ 4,996 ต่อเดือน (ประมาณ 117,537-150,029 บาทต่อเดือน) และสวัสดิการจากความคุ้มครองทางการแพทย์  ประกันชีวิต และเงินบำนาญสำหรับนักจัดการเอกสารในวัยเกษียณ 


ที่มา https://www.internationalsos.com/-/media/corporate/files/images/press-releases/iso-2018-main-picture.jpg?la=en&hash=BE9D5ADEA81D44B1D274624B23F8C615D4F6261E
    
    
            เป็นยังไงกันบ้างคะ กับอาชีพนักจัดการเอกสาร โดยส่วนตัวของเราแล้ว คิดว่าอาชีพนี้หากใครมีทักษะความสามารถตามที่กล่าวไป ก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว หากเพื่อน ๆ สนใจ ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมและมุ่งหน้าทำอาชีพนี้กันเลยค่ะ สู้!




อ้างอิง

Gradireland. (ม.ป.ป.).Records manager. สืบค้นเมื่อ 17มกราคม 2564,
          จาก https://gradireland.com/careers-advice/job-descriptions/records-manager

Jooble.(2564).Records Manager.สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2564.         
         จาก https://jooble.org/m/desc/1533544377582000069?ckey=record+manager+&rgn=-1&pos=4&elckey=6984046652865319760&p=1&sid=-8372573943516354969&age=74&relb=100&brelb=100&bscr=31185.554152998&scr=31185.554152998&iid=7572353006102440381










Tuesday, September 1, 2020

Hoi An Ancient Town เมืองเก่าฮอยอัน

 เมืองเก่าฮอยอัน 


ที่มา https://www.govivigo.com/content/ideas/5633/56339a3dec60adb92a8b4637-2-full-ideas.jpg

                
                        ฮอยอัน หรือ โห่ยอาน เป็นเมืองเล็กๆในประเทศเวียดนาม  บนฝั่งทะเลจีนใต้เคยมีท่าเรือใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเมืองฮอยอันเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2542 




ที่มา https://whc.unesco.org/uploads/thumbs/site_0948_0029-500-333-20150114165534.jpg




ประวัติเมืองฮอยอัน 
            เมืองฮอยอัน ในสมัยของอาณาจักรจามปา บริเวณนี้เคยเป็นแม่น้ำทูโทน หรือไฮโฟ โดยในค.ศ. 16-17 เมืองนี้ถือว่าเป็นศูนย์การค้าเลยค่ะ มีชาวต่างชาติมาขายสินค้าที่นี่กันอย่างล้นหลาม ทั้งชาวจีน ชาวญี่ปุ่น ดัตช์ อินเดีย เดิมทีเมืองนี้ถูกแบ่งออกเป้นสองฝั่ง โดยมีคลองสายหนึ่งคั่่นกลางระหว่างฝั่งและมีสะพานญี่ปุ่นพาดข้ามฝั่งเอาไว้ โดยสถาปัตยกรรมนี้ถูกสร้างโดยชาวญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเห็นได้ชัด

ที่มา https://www.thoongtongtour.com/wp-content/uploads/2019/02/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87-_722042212-e1552623477744.jpg



                   ในปี พ.ศ.2542 ยูเนสโกได้จัดเมืองฮอยอันให้เป็นมรดกโลกโดยเหตุผลที่ว่าเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีค.ศ. 15 - 19 ที่มีการผสมผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมของชาติต่างๆที่เข้ามาทำการค้าขายกันอย่างลงตัวและสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ปัจจุบันฮอนอันก็ยังเป็นเมืองที่เล็กเช่นเดิม แต่ก็มีนักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาชมศิลปะ

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 

                    1. สมาคมฟุกเกี๋ยน 
สมาคมฟุกเกี๋ยน ตั้งอยู่ถนนสายตรันฝู  นอกจากจะเป็นศูนย์กลางเมืองฮอยอันแล้วยังเป็นศูนย์รวมชาวจีนที่อพยพมาด้วย จะเห็นได้จากบ้านเก่าแก่ 20 กว่าหลังและจั่วฟุกเกี๋ยนซึ่งถือเป็นสมาคมชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเมืองฮอยอัน สร้างขึ้นเพื่อสมาคมชาวจีนไว้พบปะของคนหลายรุ่นที่มาจากแซ่เดียวกัน และยังใช้เป็นที่ระลึกบรรพบุรุษของตน

ที่มา https://travel.mthai.com/app/uploads/2014/09/phockien-assembly-hall.jpg
    
                        2.บ้านเลขที่ 101 
เสน่อย่างหนึ่งของการได้มาเที่ยวชมเมืองออยอันคือการเที่ยวชมบ้านเรือนประจำตระกูลที่เก่าแก่ มีให้เลือกชมอยู่มากมายหลายหลัง แต่บ้านเลขที่ 101 เป็นบ้านที่สวยงามที่สุด เป็นบ้านของตระกูล Tan ky ที่เป้นคนจีน โดยภายในบ้านแยกสัดส่วนได้อย่างลงตัวและสวยงามชัดเจน 


ที่มา https://travel.mthai.com/app/uploads/2014/09/oldhouse101.jpg



สถานที่น่าสนใจยังมีอีกมากมายค่ะ แต่วันนี้เราจะยกมาเพียงเท่านี้ ฮอยอัน เป็นเมืองเล็กๆที่มีเสน่ห์มากๆ หากมีโอกาสโดยส่วนตัวเราแล้วก็อยากจะไปเที่ยวชมสักครั้งกับตาตัวเองค่ะ ศิลปะสถาปัตยกรรมช่างน่าสนใจมาก เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเอกลักษณ์ของหลายเชื้อชาติ


อ้างอิง

UNESCO world Heritage Centre.(ม.ป.ป).Hoi An Ancient Town. ค้นหาเมื่อ1 กันยายน. จาก https://whc.unesco.org/en/list/948

มรดกโลก.(ม.ป.ป).เมืองฮอยอัน. ค้นหาเมื่อ 1 กันยายน. จาก https://sites.google.com/site/mrdklok27/prathes-weiydnam-1/meuxng-kea-hx-yxan

MTHAI.(2014).แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน. ค้นหาเมื่อ 1 กันยายน. จาก https://travel.mthai.com/world-travel/95329.html


Tuesday, August 25, 2020

Cyberbullying การกลั่นแกล้งผ่านโลกโซเชี่ยล


 Cyberbullying 


ที่มา https://s.isanook.com/he/0/rp/r/w728/ya0xa0m1w0/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvMi8xMTk0OS9jeWJlcmJ1bGx5aW5nLmpwZw==.jpg



 

        สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะคะ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการถูกบุลลี่ผ่านโลกออนไลน์ โดยการบุลลี่กันผ่านโซเชี่ยลนี้มีให้เห็นอย่างมากมายในปัจจุบัน โดยคนบางคนก็โดนจนถึงขั้นจบชีวิตตนเองไปเลยก็มี เราเข้าใจนะคะเพราะโดยส่วนตัวของเราแล้วก็เคยโดนบุลลี่ทั้งโลกความเป็นจริง และโลกโซเชี่ยล 

 

           แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงความหมายของมันกันค่ะ สาเหตุของการระรานออนไลน์ เกิดขึ้นได้ทั้งจากการแกล้งกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ล้อกันเล่นขำ ๆ แล้วบานปลายไปด้วยความไม่ตั้งใจ หรืออาจเกิดจากความขัดแย้งกันในโรงเรียน ความเกลียดชัง ทั้งที่มีเหตุผลและไม่มีเหตุผล อาจแค่ไม่ชอบหน้า หรือความคิดเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน แล้วใช้พื้นที่ในโลกออนไลน์โจมตีกัน รูปแบบของ Cyberbullying ที่พบบ่อย ๆ ได้แก่

  1. การข่มขู่คุกคาม หรือให้ร้ายเหยื่อ บางครั้งนำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันจริง ๆ
  2. การเปิดโปงข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ โดยการเอาไปโพสต์หรือส่งต่อให้คนอื่นรับรู้ เช่น ภาพหลุด ภาพตลก ๆ เพื่อประจาน ทำให้อับอาย
  3. การคุกคามทางเพศ โดยใช้ถ้อยคำที่ส่อไปในทางเพศ ส่งภาพหรือวิดีโอมาให้แล้วชวนทำกิจกรรมทางเพศ การตัดต่อภาพโป๊เปลือย การลวงให้ส่งรูปไม่เหมาะสมแล้วนำไปโพสต์ประจานหรือแบล็กเมล
  4. การแอบอ้างตัวตน โดยการแอบเข้าบัญชีออนไลน์ของเหยื่อ หรือสร้างบัญชีใหม่โดยใช้ชื่อและ/หรือรูปภาพของเหยื่อ แล้วนำบัญชีไปใช้ในทางไม่เหมาะสม
  5. การสร้างกลุ่มเพื่อโจมตี เช่น เพจแอนตี้ต่าง ๆ เพื่อจับผิด ประจาน พูดคุยตำหนิ ด่าทอ ทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเกลียดชังเหยื่อ

 

 

ที่มา https://www.nsm.or.th/images/IT-Category/IT-Vocabulary/Cyberbullying/cyberbullying-2.jpg

 

Cyberbullying กับผลกระทบ

Cyberbullying ทำให้เหยื่อได้รับผลกระทบทางจิตใจ เช่น

  • อับอาย                   
  • หวาดกลัว                
  • หวาดระแวง
  • หดหู่                      
  • รู้สึกโดดเดี่ยว            
  • เศร้าหมอง
  • ท้อแท้ สิ้นหวัง           
  • ไร้ค่า

และยังเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเพลียเรื้อรัง เจ็บป่วย ทำร้ายตัวเอง และอาจรุนแรงถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย

สำหรับผู้ที่กลั่นแกล้งคนอื่น อาจจะได้รับผลกระทบในภายหลังได้เช่นกัน เช่น เกิดความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับผู้อื่น ลงโทษตัวเอง หรืออาจจะเป็นอีกด้านหนึ่งคือ เสพติดความรุนแรงจนกลายเป็นอาชญากรในอนาคต ซึ่งผลกระทบกับเหยื่อและผู้กระทำจะมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการระรานและทักษะในการรับมือกับการระราน รวมทั้งการสนับสนุนด้านกำลังใจและความช่วยเหลือจากคนรอบข้างด้วย

หากเพื่อนหรือบุตรหลานมีอาการเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล เก็บตัว หวาดระแวง ตกใจง่าย ประสิทธิภาพในการทำงานหรือเรียนลดลง หมกมุ่นกับหน้าจอ ข้อความในโทรศัพท์ หรือโซเชียลมีเดีย ใช้ยานอนหลับหรือแอลกอฮอล์ และหากได้ยินผู้อื่นพูดถึงเรื่องที่ถูกกลั่นแกล้งจะมีอาการเครียดมากขึ้น หรือกดดันมากกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเขากำลังตกเป็นเหยื่อของ Cyberbullying ที่จะต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว

 

 

ที่มา https://www.zixzester.com/wp-content/uploads/2020/07/UNICEF-CyberbullyingSID_2020_8_0.jpg

 

    โดยเคสตัวอย่างที่เราจะยกมาในวันนี้ก็คือตัวของเราเอง เราโดนบุลลี่ในเรื่องที่เราไม่ได้ทำมาตลอดสี่ปีที่เรียน แต่ว่าเราก็อดทนผ่านมันมาได้ แต่อย่างไรผลของการที่โดนบุลลี่ในครั้งนั้นส่งผลให้เรากลายเป็นคนที่แตกต่างจากเดิม กลายเป็นคนเสียความมั่นใจ ระแวงไปทุกอย่าง โลกส่วนตัวสูง เข้าสังคมยากมากกว่าปกติ ทุกเช้าที่ตื่นไปเรียนคือร้องไห้ทุกวันเลย แต่ก็มีกำลังใจจากเพื่อนในโลกออนไลน์ทำให้เราผ่านจุดนั้นไปอย่างทุลักทุเล แต่ยังมีเหยืออีกมากมายที่โดนอะไรแบบนี้ เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจมากๆค่ะ หากใครเจออะไรแบบนี้เราก็ขอให้ผ่านมันไปได้ไวๆนะคะ ขอบคุณที่มาอ่านบล็อกของเราค่ะ แล้วพบกันใหม่นะคะผู้อ่านทุกท่าน 

 

 

 

อ้างอิง

EDTA.(2562),Cyberbullying : ระรานออนไลน์ ร้ายล้านวิว,สืบค้นวันที่ 24 สิงหาคม                                  

    2563,จาก https://www.etda.or.th/content/stop-cyberbullying-2019.html

 





Thursday, August 20, 2020

ผลกระทบจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

 



                สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ วันนี้เราจะมานำเสนอและให้ความรู้เล็กๆ น้อย เกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคที่ว่า One of the features of this Fourth Industrial Revolution is that it does not change what we are doing, but it changes us” ของ Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารเศรษฐกิจโลก แต่เพื่อนๆ คงจะสงสัยใช่ไหมคะ ว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร 


ที่มา https://www.theeleader.com/digital-transformation/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-4-0-censor-and-data-center/


การปฏิวัติอุตสาหกรรม คืออะไร

การปฏิวัติอุตสาหกรรม คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งส่งผลกระทบในเกือบแง่มุมของชีวิตประจำวันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 

 

การปฏิวัติอุตสาหกรรม มีที่มาที่ไปอย่างไร?

การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในอังกฤษ แล้วจึงขยายไปสู่ประเทศอื่นๆ ในยุโรปตะวันตก ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษ คือ การเพิ่มขึ้นของการใช้ถ่านหินและเหล็ก บทบาทของรัฐเอกชน การสร้างทางรถไฟ การสะสมทุน และการเพิ่มขึ้นของประชากร

 

การปฏิวัติอุตสาหกรรม 3 รอบก่อนหน้านี้ คือ

ครั้งที่ 1 การค้นพบเครื่องจักรไอน้ำ ส่งผลให้หลายประเทศมีการเติบโตของเศรษฐกิจและความมั่งคั่งสูงขึ้น

ครั้งที่ 2 การค้นพบไฟฟ้า ทำให้โลกเข้าสู่ยุคสมัยใหม่

ครั้งที่ 3 การปฏิวัติระบบดิจิทัล เกิดคอมพิวเตอร์เครื่องแรก เปลี่ยนชีวิตของคนให้สะดวกสบายและเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น

 

โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 นี้ เป็นการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ เป็นการต่อยอดมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 เทคโนโลยีส่วนมากในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 มีฐานมาจากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้มีแนวคิดต่างๆประสบผลสำเร็จขึ้นในปัจจุบัน เช่น AI 



ที่มา https://innoversity.masci.or.th/?p=21307




การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่กำลังมาถึงนี้ จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอีกครั้ง เพราะเราจะทำงานฉลาดขึ้นโดยทดแทนการทำงานให้หนักขึ้น

ผลกระทบจากการจ้างงาน จะเกิดการเลิกจ้างงานในกลุ่มงานบางอย่างที่สามารถทดแทนได้หมด เช่น หมอ ทนาย นักบัญชี และเกิดการโอนย้ายแรงงานไปสู่งานอื่น รวมถึงจะเกิดการจ้างงานใหม่ๆ ตามมามากมาย 

งานที่สามารถทำซ้ำได้ หรือมีแพทเทิร์น จะถูกทดแทนได้ง่าย




ที่มา https://www.thenational.ae/world/world-economic-forum-2019-davos-chief-klaus-schwab-sends-environmental-warning-in-opening-address-1.816483



จากประโยคของ Klaus Schwab ที่กล่าวว่า “One of the features of this Fourth Industrial Revolution is that it does not change what we are doing, but it changes us” ตัวผู้เขียนเอง รู้สึกเห็นด้วยกับข้อความนี้ เพราะการปฏิวัติอุตสาหกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนการกระทำของเรา แต่เปลี่ยนที่ตัวเราเอง เราต้องรู้ตัวและเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเปลี่ยน และวิ่งไปพร้อมๆกับโลกที่กำลังหมุน และรู้เท่าทันเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น 

 


ขอบคุณข้อมูล :

Nattapon Muangtum. (2561). การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2563. จาก  

  เว็บไซต์https://medium.com/@nuinattapon/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-4-the-fourth-industrial-revolution-f3e630703d1d 


Investment Reader. (2562). ทำความรู้จักกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่4. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2563. จาก

    เว็บไซต์ https://www.finnomena.com/investment-reader/4ir/.


 

Wednesday, August 12, 2020

สรุป Podcast การใช้ DATA ในธุรกิจ

 สรุป PODCATS DATA & BUSINESS



 

https://www.sub-brain.com/wp-content/uploads/2019/05/Infographic-Bigdata-process.png


 

          หลังจากที่ได้ฟังพอดแคสต์เรื่องนี้แล้วทำให้เห็นได้ว่า องค์กรในสมัยนี้ต้องการความถูกต้องมากเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดให้น้อยที่สุด จึงจะต้องพึ่ง DATA อย่างขาดไม่ได้  เพราะถ้าหากไม่มี DATA แล้ว ก็จะเปรียบเหมือนกับคนตาบอดไร้ซึ่งหนทางในการดำเนินการขององค์กร จะทำให้องค์กรนั้นดำเนินการอย่างทุลักทุเล ซึ่งหลายองค์กรก็จะต้องการบุคคลที่มีความสามารถด้านนี้หรือจะเรียกว่า Data Scientist มาช่วยในการเขียนโปรแกรม และดึงข้อมูล ประมวลผลที่ถูกต้องจำนวนมากได้


แนวความคิดเชิงภาพประกอบสำหรับกระบวนการสร้างสรรค์ — ภาพเวกเตอร์สต็อก


https://th.depositphotos.com/81092318/stock-illustration-illustration-concepts-for-creative-process.html


 

ทำไมปัจจุบันจึงมีการใช้ Data มากขึ้น 

จากการที่ฟังพอดแคสต์จะเห็นได้ว่าในสมัยก่อนๆเรามีการใช้ Data กันอยู่ แต่ไม่ค่อยเป็นทางการเท่าปัจจุบัน จะอยู่แค่เฉพาะบุคคล แต่ในปัจจุบันนำกลับมาใช้อย่างเป็นทางการจึงสามารถทำให้การดำเนินการของอค์กรสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

Data มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างมาก หากไม่ได้นำมาใช้แล้วก็จะเปรียบได้ว่าเสียโอกาสในการรู้ข้อผิดพลาด บกพร่องขององค์กรตัวเอง จะไม่สามารถพัฒนาได้ถูกจุดซึ่งจะนำไปสู่การหลงทิศทางขององค์กร ในความคิดของเราหากองค์กรนำ Data มาใช้จะเกิดผลประโยชน์อย่างมากเพราะอย่างน้อยเราก็รู้ว่าควรจะพัฒนาหรือเดินองค์กรไปในทิศทางใดจึงจะเกิดผลประโยชน์มากที่สุด

 



https://cdn.marketingoops.com/wp-content/uploads/2020/02/Untitled-design-20.jpg



 

สร้างองค์กรแบบ Data Driven 

บริษัทที่เป็น Data Driven นั้น จะต้องมีข้อมูลอย่างแท้จริงและละเอียดมากพอที่จะสามารถนำข้อมูลมาใช้ให้ได้อย่างเกิดประโยชน์ต่อองค์กรมากที่สุด ซึ่งการที่จะทำให้เกิดประโยชน์ได้ก็ต้องมีกระบวนการเก็บข้อมูล และเครื่องมือที่ดีที่จะสารมารถจัดการกับข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงกระบวนการคิดที่จะสามารถนำข้อมูลที่ดีไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรได้



ผู้หญิงนักธุรกิจที่มีสัญลักษณ์ทางการเงินอยู่รอบๆ — ภาพถ่ายสต็อก


https://th.depositphotos.com/16372601/stock-photo-business-woman-with-financial-symbols.html





อนาคตการใช้ Data 

คนที่ไม่เคยหรือคนที่ไม่ได้ใช้ Data เลยก็เปรียบเสมือนอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร จะไม่สามารถตามผู้ที่ใช้ Data ทันแน่นอน เพราะจะเกิด Data แบบใหม่ทันสมัย ข้อมูลของ Data จะอยู่ในเชิงลึกขึ้น ซึ่งโยงไปถึงความเข้าใจของผู้ล้าหลังว่าจะเข้าใจหรือไม่ จะนำความเข้าใจนั้นมาใช้ในธุรกิจถูกต้องไหมหรือจะต่อยอดได้เท่าทันผู้ที่ใช้แล้วหรือไม่




 

ข้อคิดเห็นจากการฟัง

โดยส่วนตัวแล้วตัวของเราคิดว่าในปัจจุบันมีการใช้ Data กันอย่างล้นหลามมากจริงๆ โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆจะมีการใช้ Data อย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการล้มลงขององค์กร และเพื่อคสามถูกต้องครบถ้วนภายในองค์กร จึงจะมีการใช้ Data อย่างเต็มตัวและ Data นั้นก็ก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่องค์กรอย่างมากจริงๆ และนอกจากนี้องค์กรเล็กๆก็มีการใช้ Data เช่นกัน เพื่อความสะดวกสบายและการมีประสิทธิภาพมากขึ้นขององค์กรนั้นๆ

 

 

 

 

Sunday, September 22, 2019

พระศิวะ : ผู้สร้างและผู้ทำลาย

SHIVA (SIVA)


       สวัสดีคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ วันนี้ก็มาเจอกันอีกแล้วสำหรับใครที่หลงเข้ามาบล็อกของเราครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ (5555) วันนี้เราก็จะไม่ได้มาแนะนำที่เที่ยวเหมือนบล็อกก่อนๆหรอกนะคะ วันนี้เราจะมาพูดถึงองค์มหาเทพตรีมูรติ พระเจ้าองค์แรกนั้นก็คือ " พระศิวะ "

ที่มาจาก : https://antiqueheaven.files.wordpress.com/2014/01/img_2144.jpg?w=549&zoom=2

                    พระศิวะ (SHIVA) หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า พระอิศวร เป็นบิดาของพระพิฆเนศ มีชายาเป็นพระแม่อุมาเทวี พระศิวะเป็น 1 ในตรีมูรติหรือ 3 มหาเทพสูงสุดแห่งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  พระศิวะท่านจะทรงประทายพรให้แก่ผู้ที่หมั่นทำความดี ยึดมั่นในศีลธรรมและประพฤติอุทิศถวายให้แก่ท่าน ท่านจะทำให้ผู้นั้นสมดังปราถนาค่ะ แต่ถ้าหลังจากได้รับพรไปแล้วประพฤติไม่ดี ท่านจะทำลายทันที 

ที่มาจาก : https://www.siamganesh.com/all_gods/shiva/shiva_iloveulove01.jpg

                รูปร่างของพระศิวะนั้นปรากฏมากมายหลายลักษณะด้วยกันค่ะ แต่จุดเด่นของพระศิวะที่พบเห็นกันมากก็คือ รูปพระจันทร์เสี้ยวและดวงตาที่สามบนหน้าผากของพระองค์ สร้อยประคำที่เป็นหัวกระโหลกและงูที่คล้องคอของพระองค์ไว้ ทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของพระศิวะที่ต่างเห็นกันแพร่หลายนั่นเองค่ะ

ที่มาจาก : https://www.siamganesh.com/all_gods/shiva/shiva_hinduyuva_org.jpg

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึง งู บนคอของพระศิวะด้วยค่ะ เรื่องมีอยู่ว่ามีนักบวชผู้อิจฉาริษยาพระศิวะมากเนื่องจากภรรยาของนักบวชก็ต่างหลงไหลในเสน่ห์ของพระศิวะกันถ้วน นักบวชจึงส่งงูพิษขนาดใหญ่ไปทำลายพระศิวะหมายเอาถึงชีวิต แต่งูพิษตัวนั้นก็พ่ายแพ้แก่พระศิวะ ถูกสังหารและนำเอามาเป็นเครื่องประดับคล้องคอของพระศิวะ แต่บางตำนานก็กล่าวว่า งูที่อยู่บนคอพระศิวะคือ " วาสุกรีนาคราช " หรือราชาแห่งนาค ซึ่งมาขอเป็นลูกศิษย์ของพระศิวะนั่นเองค่ะ 
ที่มาจาก : https://f.ptcdn.info/871/024/000/1414277023-shiva04-o.jpg

                           เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับเรื่องราวของพระศิวะที่เราได้นำเอามาแบ่งปันในวันนี้ เราสนใจในเรื่องตำนานเทพเจ้ามากๆเลยละค่ะ ถึงจะไม่เชี่ยวชาญเลยก็ตาม แต่มันสนุกมากๆเลยนะคะ สำหรับบล็อกวันนี้เราก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมกันมากๆเลยค่ะ :)



แหล่งอ้างอิง

สยามคเณศ.(2558).ตำนานพระศิวะ มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่.สืบค้นเมื่อ 22 กันยายน 2562,จาก 
                    http://www.siamganesh.com/ongtep/?p=15


ทำเนียบพระเครื่อง.พระศิวะ พระอิศวร.สืบค้นเมื่อ 22 กันยายน 2562,จาก
                    https://www.web-pra.com/amulet/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B0(%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%A3)


ch3thailand.เรื่องเล่าจากตำนานงูที่พระศอของพระศิวะ.สืบค้นเมื่อ 22 กันยายน 2562,จาก
                    https://www.ch3thailand.com/news/scoop/9539