Peachpitt's n travel ❤
Tuesday, February 2, 2021
Records Management Program : RMP
Sunday, January 17, 2021
RECORDS MANAGER
RECORDS MANAGER
Tuesday, September 1, 2020
Hoi An Ancient Town เมืองเก่าฮอยอัน
เมืองเก่าฮอยอัน
Tuesday, August 25, 2020
Cyberbullying การกลั่นแกล้งผ่านโลกโซเชี่ยล
Cyberbullying
สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะคะ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการถูกบุลลี่ผ่านโลกออนไลน์
โดยการบุลลี่กันผ่านโซเชี่ยลนี้มีให้เห็นอย่างมากมายในปัจจุบัน
โดยคนบางคนก็โดนจนถึงขั้นจบชีวิตตนเองไปเลยก็มี
เราเข้าใจนะคะเพราะโดยส่วนตัวของเราแล้วก็เคยโดนบุลลี่ทั้งโลกความเป็นจริง
และโลกโซเชี่ยล
แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงความหมายของมันกันค่ะ สาเหตุของการระรานออนไลน์
เกิดขึ้นได้ทั้งจากการแกล้งกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ล้อกันเล่นขำ ๆ
แล้วบานปลายไปด้วยความไม่ตั้งใจ หรืออาจเกิดจากความขัดแย้งกันในโรงเรียน
ความเกลียดชัง ทั้งที่มีเหตุผลและไม่มีเหตุผล อาจแค่ไม่ชอบหน้า หรือความคิดเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน
แล้วใช้พื้นที่ในโลกออนไลน์โจมตีกัน รูปแบบของ Cyberbullying ที่พบบ่อย ๆ ได้แก่
- การข่มขู่คุกคาม
หรือให้ร้ายเหยื่อ บางครั้งนำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันจริง
ๆ
- การเปิดโปงข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ โดยการเอาไปโพสต์หรือส่งต่อให้คนอื่นรับรู้
เช่น ภาพหลุด ภาพตลก ๆ เพื่อประจาน ทำให้อับอาย
- การคุกคามทางเพศ โดยใช้ถ้อยคำที่ส่อไปในทางเพศ
ส่งภาพหรือวิดีโอมาให้แล้วชวนทำกิจกรรมทางเพศ การตัดต่อภาพโป๊เปลือย
การลวงให้ส่งรูปไม่เหมาะสมแล้วนำไปโพสต์ประจานหรือแบล็กเมล
- การแอบอ้างตัวตน โดยการแอบเข้าบัญชีออนไลน์ของเหยื่อ
หรือสร้างบัญชีใหม่โดยใช้ชื่อและ/หรือรูปภาพของเหยื่อ
แล้วนำบัญชีไปใช้ในทางไม่เหมาะสม
- การสร้างกลุ่มเพื่อโจมตี เช่น เพจแอนตี้ต่าง ๆ เพื่อจับผิด ประจาน พูดคุยตำหนิ ด่าทอ ทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเกลียดชังเหยื่อ
Cyberbullying กับผลกระทบ
Cyberbullying ทำให้เหยื่อได้รับผลกระทบทางจิตใจ เช่น
- อับอาย
- หวาดกลัว
- หวาดระแวง
- หดหู่
- รู้สึกโดดเดี่ยว
- เศร้าหมอง
- ท้อแท้ สิ้นหวัง
- ไร้ค่า
และยังเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเพลียเรื้อรัง เจ็บป่วย
ทำร้ายตัวเอง และอาจรุนแรงถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย
สำหรับผู้ที่กลั่นแกล้งคนอื่น
อาจจะได้รับผลกระทบในภายหลังได้เช่นกัน เช่น เกิดความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับผู้อื่น
ลงโทษตัวเอง หรืออาจจะเป็นอีกด้านหนึ่งคือ
เสพติดความรุนแรงจนกลายเป็นอาชญากรในอนาคต
ซึ่งผลกระทบกับเหยื่อและผู้กระทำจะมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการระรานและทักษะในการรับมือกับการระราน รวมทั้งการสนับสนุนด้านกำลังใจและความช่วยเหลือจากคนรอบข้างด้วย
หากเพื่อนหรือบุตรหลานมีอาการเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล เก็บตัว หวาดระแวง ตกใจง่าย
ประสิทธิภาพในการทำงานหรือเรียนลดลง หมกมุ่นกับหน้าจอ ข้อความในโทรศัพท์
หรือโซเชียลมีเดีย ใช้ยานอนหลับหรือแอลกอฮอล์
และหากได้ยินผู้อื่นพูดถึงเรื่องที่ถูกกลั่นแกล้งจะมีอาการเครียดมากขึ้น
หรือกดดันมากกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเขากำลังตกเป็นเหยื่อของ Cyberbullying
ที่จะต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว
โดยเคสตัวอย่างที่เราจะยกมาในวันนี้ก็คือตัวของเราเอง
เราโดนบุลลี่ในเรื่องที่เราไม่ได้ทำมาตลอดสี่ปีที่เรียน
แต่ว่าเราก็อดทนผ่านมันมาได้
แต่อย่างไรผลของการที่โดนบุลลี่ในครั้งนั้นส่งผลให้เรากลายเป็นคนที่แตกต่างจากเดิม
กลายเป็นคนเสียความมั่นใจ ระแวงไปทุกอย่าง โลกส่วนตัวสูง เข้าสังคมยากมากกว่าปกติ
ทุกเช้าที่ตื่นไปเรียนคือร้องไห้ทุกวันเลย
แต่ก็มีกำลังใจจากเพื่อนในโลกออนไลน์ทำให้เราผ่านจุดนั้นไปอย่างทุลักทุเล
แต่ยังมีเหยืออีกมากมายที่โดนอะไรแบบนี้ เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจมากๆค่ะ
หากใครเจออะไรแบบนี้เราก็ขอให้ผ่านมันไปได้ไวๆนะคะ ขอบคุณที่มาอ่านบล็อกของเราค่ะ
แล้วพบกันใหม่นะคะผู้อ่านทุกท่าน
อ้างอิง
EDTA.(2562),Cyberbullying : ระรานออนไลน์ ร้ายล้านวิว,สืบค้นวันที่ 24 สิงหาคม
2563,จาก https://www.etda.or.th/content/stop-cyberbullying-2019.html
Thursday, August 20, 2020
ผลกระทบจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ วันนี้เราจะมานำเสนอและให้ความรู้เล็กๆ น้อย เกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคที่ว่า “One of the features of this Fourth Industrial Revolution is that it does not change what we are doing, but it changes us” ของ Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารเศรษฐกิจโลก แต่เพื่อนๆ คงจะสงสัยใช่ไหมคะ ว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร
การปฏิวัติอุตสาหกรรม คืออะไร?
การปฏิวัติอุตสาหกรรม คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งส่งผลกระทบในเกือบแง่มุมของชีวิตประจำวันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
การปฏิวัติอุตสาหกรรม มีที่มาที่ไปอย่างไร?
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในอังกฤษ แล้วจึงขยายไปสู่ประเทศอื่นๆ ในยุโรปตะวันตก ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษ คือ การเพิ่มขึ้นของการใช้ถ่านหินและเหล็ก บทบาทของรัฐเอกชน การสร้างทางรถไฟ การสะสมทุน และการเพิ่มขึ้นของประชากร
การปฏิวัติอุตสาหกรรม 3 รอบก่อนหน้านี้ คือ
ครั้งที่ 1 การค้นพบเครื่องจักรไอน้ำ ส่งผลให้หลายประเทศมีการเติบโตของเศรษฐกิจและความมั่งคั่งสูงขึ้น
ครั้งที่ 2 การค้นพบไฟฟ้า ทำให้โลกเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
ครั้งที่ 3 การปฏิวัติระบบดิจิทัล เกิดคอมพิวเตอร์เครื่องแรก เปลี่ยนชีวิตของคนให้สะดวกสบายและเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น
โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 นี้ เป็นการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ เป็นการต่อยอดมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 เทคโนโลยีส่วนมากในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 มีฐานมาจากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้มีแนวคิดต่างๆประสบผลสำเร็จขึ้นในปัจจุบัน เช่น AI
ที่มา : https://innoversity.masci.or.th/?p=21307
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง?
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่กำลังมาถึงนี้ จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอีกครั้ง เพราะเราจะทำงานฉลาดขึ้นโดยทดแทนการทำงานให้หนักขึ้น
ผลกระทบจากการจ้างงาน จะเกิดการเลิกจ้างงานในกลุ่มงานบางอย่างที่สามารถทดแทนได้หมด เช่น หมอ ทนาย นักบัญชี และเกิดการโอนย้ายแรงงานไปสู่งานอื่น รวมถึงจะเกิดการจ้างงานใหม่ๆ ตามมามากมาย
งานที่สามารถทำซ้ำได้ หรือมีแพทเทิร์น จะถูกทดแทนได้ง่าย
ที่มา : https://www.thenational.ae/world/world-economic-forum-2019-davos-chief-klaus-schwab-sends-environmental-warning-in-opening-address-1.816483
จากประโยคของ Klaus Schwab ที่กล่าวว่า “One of the features of this Fourth Industrial Revolution is that it does not change what we are doing, but it changes us” ตัวผู้เขียนเอง รู้สึกเห็นด้วยกับข้อความนี้ เพราะการปฏิวัติอุตสาหกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนการกระทำของเรา แต่เปลี่ยนที่ตัวเราเอง เราต้องรู้ตัวและเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเปลี่ยน และวิ่งไปพร้อมๆกับโลกที่กำลังหมุน และรู้เท่าทันเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
ขอบคุณข้อมูล :
Nattapon Muangtum. (2561). การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2563. จาก
เว็บไซต์https://medium.com/@nuinattapon/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-4-the-fourth-industrial-revolution-f3e630703d1d.
Investment Reader. (2562). ทำความรู้จักกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่4. สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2563. จาก
เว็บไซต์ https://www.finnomena.com/investment-reader/4ir/.
Wednesday, August 12, 2020
สรุป Podcast การใช้ DATA ในธุรกิจ
สรุป PODCATS DATA & BUSINESS
https://www.sub-brain.com/wp-content/uploads/2019/05/Infographic-Bigdata-process.png
หลังจากที่ได้ฟังพอดแคสต์เรื่องนี้แล้วทำให้เห็นได้ว่า องค์กรในสมัยนี้ต้องการความถูกต้องมากเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดให้น้อยที่สุด จึงจะต้องพึ่ง DATA อย่างขาดไม่ได้ เพราะถ้าหากไม่มี DATA แล้ว ก็จะเปรียบเหมือนกับคนตาบอดไร้ซึ่งหนทางในการดำเนินการขององค์กร จะทำให้องค์กรนั้นดำเนินการอย่างทุลักทุเล ซึ่งหลายองค์กรก็จะต้องการบุคคลที่มีความสามารถด้านนี้หรือจะเรียกว่า Data Scientist มาช่วยในการเขียนโปรแกรม และดึงข้อมูล ประมวลผลที่ถูกต้องจำนวนมากได้

ทำไมปัจจุบันจึงมีการใช้ Data มากขึ้น
จากการที่ฟังพอดแคสต์จะเห็นได้ว่าในสมัยก่อนๆเรามีการใช้ Data กันอยู่ แต่ไม่ค่อยเป็นทางการเท่าปัจจุบัน จะอยู่แค่เฉพาะบุคคล แต่ในปัจจุบันนำกลับมาใช้อย่างเป็นทางการจึงสามารถทำให้การดำเนินการของอค์กรสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Data มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างมาก หากไม่ได้นำมาใช้แล้วก็จะเปรียบได้ว่าเสียโอกาสในการรู้ข้อผิดพลาด บกพร่องขององค์กรตัวเอง จะไม่สามารถพัฒนาได้ถูกจุดซึ่งจะนำไปสู่การหลงทิศทางขององค์กร ในความคิดของเราหากองค์กรนำ Data มาใช้จะเกิดผลประโยชน์อย่างมากเพราะอย่างน้อยเราก็รู้ว่าควรจะพัฒนาหรือเดินองค์กรไปในทิศทางใดจึงจะเกิดผลประโยชน์มากที่สุด

https://cdn.marketingoops.com/wp-content/uploads/2020/02/Untitled-design-20.jpg
สร้างองค์กรแบบ Data Driven
บริษัทที่เป็น Data Driven นั้น จะต้องมีข้อมูลอย่างแท้จริงและละเอียดมากพอที่จะสามารถนำข้อมูลมาใช้ให้ได้อย่างเกิดประโยชน์ต่อองค์กรมากที่สุด ซึ่งการที่จะทำให้เกิดประโยชน์ได้ก็ต้องมีกระบวนการเก็บข้อมูล และเครื่องมือที่ดีที่จะสารมารถจัดการกับข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงกระบวนการคิดที่จะสามารถนำข้อมูลที่ดีไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรได้

https://th.depositphotos.com/16372601/stock-photo-business-woman-with-financial-symbols.html
อนาคตการใช้ Data
คนที่ไม่เคยหรือคนที่ไม่ได้ใช้ Data เลยก็เปรียบเสมือนอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร จะไม่สามารถตามผู้ที่ใช้ Data ทันแน่นอน เพราะจะเกิด Data แบบใหม่ทันสมัย ข้อมูลของ Data จะอยู่ในเชิงลึกขึ้น ซึ่งโยงไปถึงความเข้าใจของผู้ล้าหลังว่าจะเข้าใจหรือไม่ จะนำความเข้าใจนั้นมาใช้ในธุรกิจถูกต้องไหมหรือจะต่อยอดได้เท่าทันผู้ที่ใช้แล้วหรือไม่
ข้อคิดเห็นจากการฟัง
โดยส่วนตัวแล้วตัวของเราคิดว่าในปัจจุบันมีการใช้ Data กันอย่างล้นหลามมากจริงๆ โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆจะมีการใช้ Data อย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการล้มลงขององค์กร และเพื่อคสามถูกต้องครบถ้วนภายในองค์กร จึงจะมีการใช้ Data อย่างเต็มตัวและ Data นั้นก็ก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่องค์กรอย่างมากจริงๆ และนอกจากนี้องค์กรเล็กๆก็มีการใช้ Data เช่นกัน เพื่อความสะดวกสบายและการมีประสิทธิภาพมากขึ้นขององค์กรนั้นๆ
Sunday, September 22, 2019
พระศิวะ : ผู้สร้างและผู้ทำลาย
สวัสดีคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ วันนี้ก็มาเจอกันอีกแล้วสำหรับใครที่หลงเข้ามาบล็อกของเราครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ (5555) วันนี้เราก็จะไม่ได้มาแนะนำที่เที่ยวเหมือนบล็อกก่อนๆหรอกนะคะ วันนี้เราจะมาพูดถึงองค์มหาเทพตรีมูรติ พระเจ้าองค์แรกนั้นก็คือ " พระศิวะ "














